kornpat's profileA Little Samaliot KnightPhotosBlogListsMore Tools Help

kornpat nakju

Occupation
Location
Interests
.....++....มาบืนด้วยกันเถอะทุกคน อิอิ

Quote of the Day

Loading...

A Little Samaliot Knight

CHICA AVIA ALL ABOUT ME AND MY MINE
October 22

ไปดูHIได้นะ

http://aircadetkong.hi5.com
July 07

ก้องคุง กับ ออมสินจัง

เมื่อ มี 1 ชีวิต เข้ามาใหม่ ... เราก็ต้องแบ่งกันอยู่ละน้า
 
 
       วันนี้ หรือวันที่เค้าเรียกกันว่า วัน 7 มหัศจรรย์ไรนี้ เออ 07 07 2007 ผมก็ไม่รุหรอก รุ้แต่ว่าผมก็ไป7มาเหมือนกัน แต่เช้าเลย [7-11] ต่อจากนั้น เราก็ไปทำ
กายภาพบำบัดที่มหิดล อีกเหมือนปกติ แต่วันนี้ เรามีนัดกับ สมาชิกสภาบ้านคน
ใหม่ของเรา "เจ้าออมสิน"
       ออมสิน[Ohmsine] มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณทิตว่า
 
การเก็บรวบรวมเงิน ใช่ๆ รวบรวมเงินจริงๆ รวมไป8พันบาท กว่าจะได้มันมา
เจ้าออมสิน ออมสินจิงๆ สินหายหมดเลย ไม่รุเหมือนกันว่าทำไมตั้งชื่อมันว่าออมสิน เพิ่งได้มาเองคิดไม่ออกเหมือนกัน เอาเปงว่าใครคิดชื่อที่ดีกว่านี้ได้ก็บอกๆกันมาหน่อยนะ มีรางวัลเปงเพดรีกีให้ 1 เม็ดละกาน
       ออมสินเป็นสุนัขตัวเมียอายุอานามได้ประมาณ 30 วัน แม่เป็น สาวสวยจากเชียงใหม่ พ่อ เป็นลุกครึ่งไทย-US. ออมสินเป็นสุนัขพันธ์ Jack Russel
สีขาวแกมน้ำตาล ดวงตาสีน้ำตาล ใบหน้าสีน้ำตาล น่ารัก คิขุ อาโนเนะ เหมือนเจ้าของมัน อิอิ ออมสินเป็นสาวน้อยที่ซนโคตร เจ้าของจะบ้าตายอยู่แล้ว ทำให้เจ้าของไม่ได้ทำไรมา 8 ชั่วโมงแล้ว โอย...
        เจ๊ออมสินมีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากสาวตัวอื่นๆก็คือ เมื่อมันเล่นกับผม แล้วรุ้ว่าตัวเองไม่มีทางสู้มันจะแกล้งตายและครางหงิงๆ เออ เอากับมัน บ้าจี้ไปด้วย ทำเปงเหมือนมันตาย แล้วพอผมหันกลับไป มันก็จะหยีตาข้างหนึ่งมาดูว่าผมไปรึยัง สุดยอด... กวนประสาทมาก เวงละ มันทำถาดอาหารคว่ำอีกละ ผมขอตัวก่อนนะครับ ใครมีทริกในการเลี้ยงJack russel ตัวนี้ก็ส่งๆมาบ้างนะครับ ถือว่าอนุเคราะห์ ก้องคุงกับ ออมสินจัง ... HONG KONG ....
June 30

กามิกาเซ

  เอามาให้อ่านกัน อ่านแล้ว ดูเป็นการเสียสละดี ยากนะ ที่คนทั่วไปจะทำได้ขนาดนี้ ... น่ายกย่องๆ
 จบไปแล้ว เราก็คงต้องเป็นนักบินเหมือนกันละ แต่ไม่รุจะกามิกาเซ่หรือป่าว ไม่รุ ขอให้บินอยู่เหนือประเทศไทย
โดยไร้ข้าศึกดีกว่าไม่ใช่หรอ ... เมื่อไรจะสงบสุขสักทีอะ  ไทยแลนด์
 
 
 กามิกาเซ หรือ Kamikaze เป็นภาษาญี่ปุ่น หมายถึง ลมสวรรค์ หรือลมแห่งเทวะ และ หมายถึงลมสลาตันที่ขับไล่กองทัพเรือมองโกลซึ่งเข้ามารุกรานญี่ปุ่นออกไปได้ ในปี ค.ศ. 1274 คำๆนี้ได้ถูกนำมาใช้เรียกอากาศยานพลีชีพของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งบรรทุกระเบิดและพุ่งเข้าชนเรือ และคำนี้ยังหมายถึงนักบินผู้บังคับอากาศยานประเภทนี้ด้วย


               
คำว่ากามิกาเซ่ มาจากคำสองคำต่อกัน คือ
kami หมายถึง พระเจ้า (god) และ kaze หมายถึง ลม (wind) รวมกันมีความหมายว่า ลมแห่งสวรรค์ หรือ divine wind ในภาษาอังกฤษ และยังหมายถึงลมสลาตัน ( typhoon) ซึ่งช่วยให้ญี่ปุ่นรอดพ้นจากการรุกรานจากกองทัพมองโกลภายใต้การนำของกุบไลข่าน เมื่อปี 1281 อย่างไรก็ตาม คำว่า กามิกาเซ่ในภาษาญี่ปุ่น ถูกนำมาใช้เรียกลมสลาตัน และนำมาใช้เป็นชื่อฝูงบินและนักบินกามิกาเซ่ เท่านั้น ต่างไปจากในภาษาอังกฤษ ที่ชาวตะวันตกนำคำๆนี้มาใช้เรียก การโจมตีแบบพลีชีพ (suicide attacks) ในหลายรูปแบบอย่างกว้างขวาง นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา เช่น Selbstopfer ของนาซีเยอรมันนี ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง, กลุ่มก่อการร้ายพลีชีพ ซึ่งจี้เครื่องบินถล่มสถานที่สำคัญของอเมริกา เมื่อ 11 กันยายน ปี 2001 และ มือระเบิดพลีชีพชาวปาเลสไตน์ซึ่งโจมตีชาวอิสราเอล เป็นต้น โดยมีที่มาจากลักษณะการโจมตีแบบพลีชีพของฝูงบินกามิกาเซ่ ของญี่ปุ่นดังกล่าว


              
ปฏิบัติการณ์ของฝูงบินกามิกาเซ่ นับได้ว่าเป็นการรบทางอากาศที่มีอิทธิพลและเป็นที่รู้จักมากกว่าการรบทางอากาศรูปแบบอื่นๆของญีปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กามิกาเซ่ใช้นักบิน รวมไปถึงทหารบนเครื่องถือวัตถุระเบิด และลูกเรือ หน่วยทหารที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ มีชื่อเรียกเป็นภาษาญีปุ่น ว่า
"โทคูเบตสุ โคกิคิ ไท" แปลว่า หน่วยโจมตีพิเศษ (special attack unit)


                หลังจาก ญี่ปุ่นโจมตีฐานทัพสหรัฐฯที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ จนเสียหายยับเยินในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1941 และเข้ายึดครองหมู่เกาะของฟิลิปปินส์ จนนายพล แม็คอาร์เธอร์ ต้องเตลิดหนีไป แต่ไม่ก่อนที่จะฝากวาจาอมตะไว้ว่า "ข้าจะกลับมา (I SHALL RETURN)"


                ครั้งแล้วทัพสหรัฐฯ ก็เริ่มตอบโต้ญี่ปุ่น

                การยุทธครั้งสำคัญ ที่ประวัติศาสตร์จารึกไว้ มีขึ้นที่เกาะ มิดเวย์ (MIDWAY) ซึ่งอยู่ห่างจากฮาวาย 1,000 ไมล์ เป็นยุทธภูมิที่แม่ทัพ อิโซโรกู ยามามาโต ของญี่ปุ่น หมายยึดไว้เป็นฐานทัพสำหรับ บุกขึ้นฝั่งแคลิฟอร์เนียของอเมริกันต่อไป ซึ่งสหรัฐฯ ก็ยอมรับไม่ได้เป็นอันขาด และผู้บัญชาการรบ ของฝ่ายสัมพันธมิตรในศึกนี้ก็คือ นายพล เชสเตอร์ ดับเบิลยู. นิมิตซ์

                ทั้งสองฝ่ายทุ่มเทกำลังทั้งทางอากาศ และทางน้ำ เข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด แต่แรกนั้นทางฝ่ายญี่ปุ่นทำท่าว่า จะกำชัยชนะไว้ในมือ หากทว่าโชคช่วยฝ่ายสหรัฐฯ ที่ฝูงบินทิ้งระเบิดสามารถ พบกองเรือบรรทุกเครื่องบินของญี่ปุ่น ในจังหวะที่กำลังเติมน้ำมันให้ฝูงบิน สำหรับออกรบในระลอกสอง สถานการณ์จึงพลิกกลับตรงกันข้าม

                และศึกมิดเวย์ที่เปิดฉากในวันที่ 4 มิถุนายน 1942 นี้ ก็ยุติลงภายในเวลาแค่สองวัน ญี่ปุ่นสูญเสียเรือบรรทุกเครื่องบิน 4 ลำ เครื่องบินรบ 322 ลำ และทหาร 3,500 นาย ซึ่งรวมทั้งนักบินฝีมือดีจำนวนมาก นับเป็นครั้งแรก ในสงครามที่ญี่ปุ่นต้องตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้ และต้องรีบปรับกลยุทธ์ใหม่ทันที เพื่อรับมือกับการบุกของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นญี่ปุ่นก็ต้องถอยร่น และถอนกำลังจากเกาะต่างๆ ที่เคยยึดครอง

                ตลอดช่วงปี 1942 และ 1943 ทัพสหรัฐฯ เคลื่อนกำลังเข้าใกล้กรุงโตเกียวขึ้นทุกที

                ญี่ปุ่นสู้สุดกำลังแบบสุนัขจนตรอก แม้กระทั่งนำเอาเหล็กจากซากเรือรบ ยามาโต ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็น ที่ภาคภูมิใจ มาใช้สำหรับสร้างเครื่องบินรบ แต่การขาดแคลนเครื่องบินนั้น ไม่ใช่ปัญหาเดียว การผลิตนักบินที่เชี่ยวชาญขึ้นมาแทน ก็ยังไม่อาจทำได้ทันกาลอีกด้วย อีกทั้งประสิทธิภาพของเครื่องบินซีโร ที่มิตซูบิชิสร้าง ซึ่งแต่แรกเคยครอบครองน่านฟ้าไว้ได้นั้น มาถึงบัดนี้ก็ตกเป็นรองเครื่องบินรุ่นใหม่ ของสหรัฐฯ ที่ทั้งบินได้สูงกว่าและเร็วกว่า


               
เหล่าเสนาธิการทหารของญี่ปุ่น ต้องประชุมเร่งระดม ความคิดในการตั้งรับการบุก ของสัมพันธมิตร และผู้ที่มีความเห็นโดดเด่นกว่าใครอื่น ก็คือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ นายพล ทากิจิโร โอนิชิ


               
โดยต่างจากสมัยนี้ที่การยิงจรวด หรือทิ้งระเบิดจะมีอุปกรณ์นำวิถี ที่ช่วยให้ปฏิบัติการได้อย่างแม่นยำ แต่ในครั้งกระโน้น การโจมตีทิ้งระเบิดหรือปล่อยตอร์ปิโด ต้องอาศัยโชคช่วยให้ถูกเป้าหมาย ซึ่งข้อนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับฝ่ายสัมพันธมิตรเพราะ มีอาวุธเหลือเฟือ ถล่มแบบปูพรมได้ แต่ญี่ปุ่นต้องใช้อาวุธยุทโธปกรณ์อย่างประหยัด ระเบิดทุกลูกจะต้องถูกเป้าหมายอย่างได้ผล จะใช้การนำวิถีอย่างไรจึงจะแม่นยำถึงปานนั้น

                และแล้วก็มีมติออกมาว่า หนึ่งเรือบิน : หนึ่งเรือรบ

                ถล่มเรือรบข้าศึกด้วยเครื่องบิน ที่พลขับพลีชีพไปด้วยเสียเลย!!

                แต่จะได้ผลจริงหรือไม่ต้องทดสอบดูก่อน


               
ผู้อาสาทดสอบคือ พลเรือตรี มาซาฟูมิ อาริมา และเป้าหมายได้แก่ เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส แฟรงกลิน เมื่ออาริมาบินจู่โจมตรงรี่เข้ามานั้น บรรดาลูกเรือแฟรงกลินต่างก็จ้องมอง อย่างฉงนใจที่เห็นเครื่องบินข้าศึกใกล้เข้ามา... ใกล้เข้ามา พวกเขาคิดว่านักบินเสียชีวิตและ ไร้ผู้ควบคุมการบินหรือไร จึงดูเหมือนตั้งใจพุ่งเข้ามาหาเรืออย่างนั้น จนกระทั่งอาริมาพุ่งดิ่งโครมลงบนดาดฟ้าและเกิดการระเบิดกัมปนาทกลางลำเรือแฟรงกลิน


               
วันนั้นเป็นวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 1944 คามิคาเซ่อันเป็นชื่อเทพเจ้า แห่งพายุที่เคยพัดกระหน่ำขับไล่ศัตรูของญี่ปุ่นมาหลายครา บัดนี้ได้ ถือกำเนิดขึ้นใหม่ในรูป ของนักบินผู้สละชีพ และนับจากนี้ไปอีก 10 เดือน พายุคามิคาเซ่นี้ ก็จะกระหน่ำเข้าใส่กองทัพของสหรัฐฯ อย่างไม่หยุดยั้ง สร้างความเสียหาย ให้อย่างเหลือคณานับ

                กองบินคามิคาเซ่หมู่แรกจุติขึ้น ในเดือนตุลาคมนั้นเอง ณ ฐานทัพคลาร์คแอร์เบสบนเกาะ ของฟิลิปปินส์ที่ญี่ปุ่นยังครองอยู่ โอนิชิเรียกระดมอาสาสมัครชุดแรก ที่ยังเป็นโสดไร้ลูกเมีย

ประเทศญี่ปุ่นของท่านตกอยู่ ในอันตรายใหญ่หลวง ข้าพเจ้าในฐานะตัวแทน ของพี่น้องนับร้อยล้าน ของท่าน ขอให้ท่าน ยอมสละชีพ และอธิษฐาน

ปฏิบัติการฝูงบินคามิคาเซ่หนแรก เริ่มขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคม ในการศึก ณ อ่าวเลย์เต สร้างความตกตะลึงพรึงเพริด ให้แก่เหล่านักรบอเมริกันอย่างยิ่ง แรกนั้นพวกเขานึกว่าเครื่องบินข้าศึก เครื่องยนต์ขัดข้อง แต่เมื่อการบินโจมตี อย่างไม่คำนึงถึง ชีวิตเพิ่มขึ้นทุกขณะ พวกเขาจึงเริ่มตระหนักว่า ได้เผชิญกับสิ่งใด


                "มันบินใกล้เสียจนผมเห็นหมวก และแว่นของนักบินถนัดตา" ทหารคนหนึ่ง บนเรือรบยูเอสเอสปรินซตันเล่า


                เมื่อนายพลนิมิตซ์ได้รับรายงานถึง อาวุธลับมหาประลัยของญี่ปุ่น ก็ทำเอาเขานิ่งงัน "ผมจะบอกกับแม่และเมียของทหารเรา ที่เฝ้ารอคอยอยู่เบื้องหลังได้อย่างไร ว่าข้าศึกมีอาวุธร้ายแรงชนิดใหม่ จะทำให้พวกเขาหวาดหวั่น จนนอนไม่หลับหรือ"


                แต่ทางฝ่ายครอบครัว ของนักบินคามิคาเซ่นั้น กลับยินดีและชื่นชม ในความตายของทหารหาญ


               

มารดาคนหนึ่งเขียนถึงลูก ที่สละชีพไปแล้ว "เจ้าเป็นลูกของข้า แต่บัดนี้เจ้าก็มิใช่ลูกข้าอีกต่อไป... เจ้าเป็นลูกของ พระจักรพรรดิ"

           "การพลีชีพเพื่อปกปักเอกราชของชาติเป็นหน้าที่ อันยิ่งใหญ่ดุจขุนเขาของนักรบผู้กล้า ความตายนั้นเป็นสิ่งเบาบางดุจขนนกนั่นคือคำตรัสของจักรพรรดิเมยจิในราว ค.ศ. 1880

 

สุดท้ายก็ไม่มีไรมากหรอก อยากให้เพื่อนๆทุกคนที่ผ่านมาอ่านตรงนี้ ได้รุ้ไว้ว่า คนเราเกิดมาทั้งที่ ก็น่าจะตอบแทนบุญคุณแผ่นดินบ้าง อย่างน้อยไม่ได้

ทำอะไรก็อย่าทำให้มันแย่ลงไปก็พอเลิกทะเลาะกันเถอะครับ รักกันๆนะ

 

 

June 02

....รับกระบี่แล้วนะ สบายขึ้นมานิดหนึ่ง

                 รับกระบี่แล้วนะครับ...
 
-สวัสดีครับ เพื่อนๆๆๆๆๆๆ และเพื่อนทุกคนๆ ทุกท่าน ทุกตัว และทุกนาย ช้านรับกระบี่แล้ววะ อิอิ
รับหลัง ทร. แต่ไม่ได้รับจากเข่งเว้ย อิอิ ขอกดเบย์หน่อย
-ส่วนอาการเจ็บเข่าของผมก็เลวร้ายลงทุกทีๆ พฤหัสนี้หมอจะนัดผ่าตัด จะไปเฉือนแล้ว ไม่รุจะรอดปะนะ
-ส่วนเรื่องเรียน ที่เรืออากาศ ผมสอบ มิดเทอม จบแล้วนะ ด้วยความยากลำบาก วิศวะปี1มันโหดจิงอะ แบบว่า ที่เตรียมนะ ก่อนสอบอ่านวันเดียวก็ได้ แต่ที่เรืออากาศ ถ้าทำยังงั้นนะ คงได้เปงPETER ไปแล้วละ นะ
PETER =REPEATER หมายถึงซ้ำชั้น นั่นเอง เหอๆ
- ส่วนเพื่อนๆ ก็นะ เอนท์ติดกันหมดแล้ว ก็ตั้งใจเรียน กันดีๆนะ มีไรก็แวะมาเยี่ยมเยียนกันบ้างนะ ณ โรงเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์
-ขอโทษนะครับสำหรับเทอ ที่เราไม่ได้ชวนเทอมาด้วยอ่ะ เราอยากชวนเทอมาด้วย แต่นะ เรื่องมันเลวร้ายอ่ะนะพวกรุ่นพี่มันหัวเสีย อ่ะนะ อิอิ
-คิดถึงเพื่อนๆอะไม่รุ้เปงอาราย เมื่อไรจะได้เจอกันอนาคตมันไม่แน่นอน วันนี้เจ็บ พรุ่งนี้อาจหาย วันนี้สุข พรุ่งนี้อาจทุกข์ เมื่อวานอาจเลวร้าย สักวันฟ้าอาจสดใสก็ได้
มึคนเคยบอกว่า ไม่เคยเจ็บไม่เคยทุกข์แล้วจะรู้ซึ้งถึงความสุขได้อย่างไงกัน มันก็จริง ยอมรับไปละกานนะ
 
เหงาวะ ไม่รุเปงอาราย เพื่อนๆก็มากมาย แต่เหมือนอยู่คนเดียวยังไงพิกล ชีวิตคงเปงงี้ละ จบไปเปนนักบิน
ก็บินอยู่บนฟ้าเดียวดาย มีเพื่อนเปงก้อนเมฆปุกปุย กับขอบฟ้าสีคราม เห้อ .....
เบื่อพิกล ไม่รู้เปงอาราย SORRY I CANT BE PERFECT.....
NOTHING GONNA CHANGE MY WAY <>
{KUCERO DAN UNDE PERB}
 
คิดถึงและเปงห่วงเพื่อนทุกคน ไม่อยากเอ่ยชื่อ้เด้วหาว่าลำเอียงอิอิ
คิดถึงเว้ยทุกคนเลย คิดถึงเราบ้างปะนิ
ไว้จบไปจะบินไปเฉี่ยวหลังคาบ้านพวกแกนะ ระวังตัวให้ดี
-
February 28

คิดถึง ลาก่อน ขอโทษ โชคดี

 คิดถึงทุกคนนะ นับจากนี้ 8 ชั่วโมง 28 นาที ผมจะขึ้นเหล่าทหารอากาศแล้ว ก็จะเปลี่ยนจาก นักเรียนเตรียมทหาร ไปเปง ว่าที่นักเรียนนายเรืออากาศ กรภัทร์ 
นาคจู
น่านละ หนัก เครียด ปวดหัว แต่ก็ต้องผ่านมันไปละนะ เวลาอีกเดือนกว่าๆ ขอให้ทุกคนมีฟามสุขนะ เราก็จะไปฝึกๆๆในป่า มีอะไรก็ส่งมาทางจิตได้นะ
มอืถือ คงไม่มี จดหมายก็คงไม่มี ขอกำลังใจกันบ้างนะ ...... กลับมาอีกทีจะเอากระบี่มาอวดเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนเลย คอยดู เดือนพฤษภานี่ละ
เราจะต้องสอบไปเมืองนอกให้ได้ คอยดูนะ เพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ ช่วยกันอวยพรหน่อยนะ
 
ลาก่อน ทุกคน เจอกันอีกทีไม่รุเมื่อไรนะ แต่ก็อยากจะบอกว่าเข้าไปในโรงเรียนแล้ว เราคงคิดถึงพวกนายตายเลยวะ คิดถึงเราบ้างนะ ทุกคน
 
 
ขอโทษ
ขอโทษพ่อกับแม่ครับที่บางครั้งทำให้เสียใจไป ก้องขอโทษครับ
ขอโทษ ขวัญ เราขอโทษจริงๆ ไม่มีอะไรมากกว่าคำนี้แล้วละ เราไม่รุ้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน แต่เราก็รู้ว่าทำไม มันถึงเกิดขึ้น เราเลวเองละ เราขอโทษ
ไม่รู้จะเริ่มยังไง และมันก็ไม่กล้าบอก ไม่มีแทบจะโอกาส สักครั้งเลย แต่รุ้ไว้เลย ว่าเราขอโทษจริงๆ ไม่มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกผิดเท่านี้มาก่อนอีกแล้ว
เทอเป็นคนที่เรารู้จักที่ดีที่สุด เป็นเพื่อน เป็นคนทั่เข้าใจ เป็นแทบจะทุกอย่างสำหรับเรา ตอนเราเสียใจ โกรธ ร้องไห้ เราจำได้ทุกครั้ง เทอก็จะอยู่ไม่ไกลจากเราเสมอ
แต่วันนี้เรากลับมาทำให้เทอเปงอย่างนั้น ซึ่งเราขอโทษจริงๆ เราคงไม่ได้อยู่ใกล้ๆเทอ เหมือนเพื่อนๆเทอ แต่ ขอให้รู้ไว้เลย เราคนนี้ ยังเป็นห่วงเทอเสมอ ถึงจะไม่เท่า
ที่เทอมีให้เราก็ตาม ขอให้เทอโชคดี ขอบคุณสายลมที่พัดมาเสมอ ถึงแม้เราจะเก็บมันไว้ไม่ได้ แต่เราก็สุขใจขอบคุง
ขอโทษทุกคนที่เคยทำให้ไม่สบายใจไป ขอโทษที่ไม่มีเวลาให้เพื่อนบางคน ขอโทษที่ทำตัวไม่ดีไป
ขอโทษ เทอ ที่ทำไม่ดีไป 1ปีที่ผ่านมา อะไรๆ มันก็ไม่รุเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นนะ เราบอกได้เลย เปงห่วงเทอเสมอ เราจะยอมเปงเส้นขนานกันตลอดไปได้ ใช่มั้ย อย่างที่เทอต้องการ
ขอโทษทุกคนอีกครั้ง จะด่าจะว่าอะไรก็ไม่เปงไร แต่ขอโทษนะ เราผิดไปแล้ว .......
 
โชคดี  เพื่อนทุกคนโชคดีครับ หวังว่าคงมีโอกาสได้เจอกันอีกนะ ทุกคน เรารักนาย
 
Photo 1 of 14